กระเจี๊ยบแดง คู่แข่งเบอร์รี่

0 0 votes
Article Rating

กระเจี๊ยบแดงจัดเป็นไม้พุ่มขนาเล็กที่มีประโยชน์มากมายทั้งในการใช้เป็นเครื่องดื่มและสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพ

สรรพคุณของกระเจี๊ยบแดง

  • กลีบเลี้ยงอุดมไปด้วยสารแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
  • เป็นยาสมุนไพรสามารถขับปัสสาวะ ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ
  • ช่วยลดความดันโลหิตช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน
  • ลดการเกินไขมันอุดตันในหลอดเลือด ลดภาวะเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ
  • ลดโอกาสการเกิดมะเร็งและยับยั้งเนื้องอก

กระเจี๊ยบแดงสรรพคุณทางยา

  • ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโต (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  • ช่วยเพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ และช่วยป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลาย (น้ำกระเจี๊ยบแดง,เมล็ด)
  •  สรรพคุณดอกกระเจี๊ยบแดง ช่วยรักษาไตพิการ (น้ำกระเจี๊ยบแดง)
  •  ระเจี๊ยบแดง สรรพคุณทางยาเมล็ดช่วยแก้ดีพิการ (เมล็ด)
  •  ใบใช้ตำพอกฝี หรือใช้ต้มน้ำเพื่อใช้ล้างแผลได้ (ใบ)

ส่วนที่ใช้ของกระเจี๊ยบแดงคนทั่วำปมักเรียกว่าดอกกระเจี๊ยบนั้นแท้จริงแล้วคือส่วนของกลีบเลี้ยงหรือฐานรองดอก ที่อุดมไปด้วย Anthrocyanin เป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดง และเป็นกลุ่มเดียวกับที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แต่ต้องบอกว่าประโยชน์ของกระเจี๊ยบเหนือกว่าหลายเท่าตัวนัก ไม่ว่าจะเป็นมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ป้องกันตับจากการถูกทำลาย ปกป้องไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว รวมถึงการปกป้องโรคหัวใจขาดเลือดได้ น้ำต้มกระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยวอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอสูง มีคุณสมบัติที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าขับปัสสาวะ ขับยูริค ป้องกันนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และลดความดันโลหิต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มมีอาการความดันโลหิตสูงหรือรับประทานยาลดความดันไม่เกิน 2 ชนิด หากรับประทานกระเจี๊ยบร่วมด้วยก็มีประโยชน์ให้ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดระดับไขมันในเลือด ควบคุมน้ำหนักสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตราฐาน

จากการศึกษาในหนูอ้วนที่ได้รับน้ำต้มกระเจี๊ยบป้อนให้กินต่อเนื่องเป็นเวลา 2 เดือน พบว่าช่วยให้น้ำหนักตัวของหนูลดลงได้ โดยไม่มีผลต่อตับและไต และหากท่านเป็นผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือ Metabolic syndrome (หมายถึง ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซุลิน ภาวะอ้วน รอบลงพุง ซึ่งมักมีระดับน้ำตาลและไขมันใเลือดสูงร่วมด้วย) การรับประทานกระเจี๊ยบจะมีผลดีอย่างมาก โดยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าการรับประทานกระเจี๊ยบต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไขมันในเลือดทั้งคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ LDL ลดลง และยังเพิ่มไขมันชนิดดีคือ HDL ได้ด้วย

วิธีรับประทานก็ใช้

กระเจี๊ยบสดหรือแห้ง ราว 5-10 กรัม ต้มกับน้ำประมาน 300 ซีซี อาจใช้วิธีการชงแบบชาหรือต้มรับประทานวันละ 2-3 ครั้ง

เป็นข้อมูลสนับสนุนสำหรับสมุนไพรที่ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพในโลกยุคดิจิตอล “กระเจี๊ยบแดง” อีกทางเลือกเพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้น

สูตรเครื่องดื่ม กระเจี๊ยบ

10 ชิ้น. ชบา
2.3 ล. น้ำ
5 ช้อนโต๊ะล. ล. ซาฮาร่า
1/4 ช้อนชา กรดมะนาว

ทำอาหารอย่างไร
ใส่ชบาลงในน้ำเย็นผสมให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง
ใส่ไฟและนำไปต้ม ต้มไฟอ่อน ๆ ประมาณ 3-5 นาที พักไว้ให้ร้อนใส่น้ำตาลทรายผสมให้เข้ากัน
กรองเครื่องดื่มเติมกรดซิตริกผัดและแช่เย็น เทลงในแก้ว คุณสามารถให้บริการ

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments